▷[V2D] มังกรหยก ภาค 2 ตำนานศึกเทพอินทรี [Master 5 Disc พากย์ไทย]หนังจีนสุดคลาสสิค

พฤษภาคม 18, 2556, 08:10:19 PM

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


Sabyezone Advertisement
หน้า: 1    ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: [V2D] มังกรหยก ภาค 2 ตำนานศึกเทพอินทรี [Master 5 Disc พากย์ไทย]หนังจีนสุดคลาสสิค  (อ่าน 7499 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ขาประจำ
***

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 15 : Exp 6%
HP: 0%
ออฟไลน์

กระทู้ : 346
Thanks : 1
การแนะนำ: 0
สมาชิกลำดับที่: 143030

« เมื่อ: เมษายน 03, 2555, 11:41:13 AM »

Permalink: [V2D] มังกรหยก ภาค 2 ตำนานศึกเทพอินทรี [Master 5 Disc พากย์ไทย]หนังจีนสุดคลาสสิค




       มังกรหยก ภาค 2 ตำนานศึกเทพอินทรี  [Condor Hero]  [V2D Master 5 Disc]  [พากย์ไทย]  [Mediafire]

                                    

 เรื่องย่อ
     ในสมัยที่ยุทธจักรยังไม่แบ่งพรรคธรรมะอธรรม ประเทศชาติถูกรุกราน ก๊วยเจ๋ง (หวังลั่วหยง ) วีรบุรุษแห่งชาวฮั่นได้พยายามรวมกำลังเหล่าชาวยุทธ์ขึ้นต่อสู้ เอี้ยก้วย (หวงเสี่ยวหมิง) เด็กกำพร้าผู้เป็นลูกของเอี้ยคังน้องบุญธรรมของก๊วยเจ๋ง ได้พบกับความเปลี่ยนแปลงมากมายในชีวิต เมื่อได้พบกับก๊วยเจ๋ง (หวังลั่วหยง ) เขาได้รับความเอ็นดูจากก๊วยเจ๋งได้ไม่นานก็พบกับปัญหาต้องย้ายไปอยู่สำนัก ฉ่วงจิง และได้เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นเมื่อเขาทำร้ายคนในสำนัก เขาจึงหลบหนีไปสำนักสุสานโบราณได้พบ เซียวเหล่งนึ่ง (หลิวอี้เฟย) และกราบนางเป็นอาจารย์ แต่ด้วยวันเวลาที่ใกล้ชิดกันทำให้ทั้งสองต่างผูกพันต่ออีกฝ่ายในฐานะชายหญิง โดยไม่รู้ตัว
 
  วันหนึ่ง ลีหมกโช้ว (ม่งกวงเหม่ย) ศิษย์พี่ของเซียวเหล่งนึ่ง (หลิวอี้เฟย) ได้บุกสำนักสุสานโบราณ แต่วิทยายุทธ์เอี้ยก้วย (หวงเสี่ยวหมิง) และเซียวเหล่งนึ่ง (หลิวอี้เฟย) ไม่อาจเทียบได้จึงต้องหนีออกมาจากสำนักสุสานโบราณ ต่อมาด้วยเหตุเข้าใจผิดทำให้ทั้งสองต้องพรากจากกัน เอี้ยก้วย (หวงเสี่ยวหมิง) ได้ออกตามหาเซียวเหล่งนึ่ง (หลิวอี้เฟย) และยังเอิญได้พบกันอั้งซิกกง (ซุนไห่อิง )อดีตประมุขพรรคกระยาจก และ อาวเอี๊ยงฮง (จ้ายไน่เสอ) จอมมารผู้เสียสติ และได้รับการถ่ายทอดวิชาจาก 2 ยอดฝีมือ
 
      แผ่นดินโดนรุกรานอย่งหนัก อึ้งย้ง (คงหลิง) จึงเชิญเหล่าชาวยุทธ์มาชุมนุมเพื่อคัดเลือกผู้นำ เอี้ยก้วย (หวงเสี่ยวหมิง) และ เซียวเหล่งนึ่ง (หลิวอี้เฟย) ได้เข้าร่วมงานและทำให้ทั้งสองได้พบกันอีกครั้ง
การพบกันในครั้งนี้ทำให้ทั้งสองต่างรู้ถึงความรู้สึกของอีกฝ่าย แต่เซียวเหล่งนึ่ง (หลิวอี้เฟย)ได้รับพิษดอกรักซึ่งไม่มีทางรักษาได้ จึงจากไปพร้อมทิ้งข้อความบอกให้เอี๊ยก้วยรออีก 16 ปี หวังว่าเวลาจะทำให้เอี้ยก้วย (หวงเสี่ยวหมิง)
ลืมนางได้เอี๊ยก้วย (หวงเสี่ยวหมิง) ที่เฝ้ารอเซียวเหล่งนึ่ง (หลิวอี้เฟย) ได้พบกับอินทรียักษ์ และถูกมันนำไปพบกับกระบี่และวิชาไร้ผู้ต้านที่ซ่อนไว้ ของเทพกระบี่และวิชาไร้ผู้ต้านที่ซ่อนไว้ ของเทพกระบี่ไร้พ่ายในตำนานต๊กโกวคิ้วป้าย (คิ้วป้ายแปลว่าแสวงหาความพ่ายแพ้) หลังจากฝึกวิชาสำเร็จเขาได้กลับสู่ยุทธจักรอีกครั้งพร้อมกับอินทรียักษ์ เพื่อช่วยเหลือชาวยุทธจักร จนได้รับการขนานนามจากชาวยุทธ์ว่า [จอมยุทธ์อินทรี]

 

 
เรื่องราวต่าง ๆ ในยุทธจักรที่แสนวุ่นวาย แผ่นดินที่เต็มไปด้วยสงคราม สุดท้ายเหตุการณ์จะจบลงอย่างไร 16 ปีที่เอี้ยก้วย (หวงเสี่ยวหมิง) เฝ้ารอเซียวเหล่งนึ่ง (หลิวอี้เฟย) ความรักที่ยิ่งใหญ่ของพวกเขาจะสมหวังหรือไม่
สามารถติดตามตำนานความมันและรักอันลึกซึ้งสะท้านแผ่นดินได้ในภาพยนตร์จีนชุด มังกรหยก ตอน ตำนานศึกเทพอินทรี


ประวัติตัวละคร

 
เอี้ยก้วย วีรบุรุษจ้าวอินทรี

          เอี้ยก้วยเป็นบุตรชายของ เอี้ยคัง กับ มกเนี่ยมชื้อ ซึ่งเอี้ยคังถือเป็นตัวร้ายจากมังกรหยกในภาคก่อน กิมย้งได้นำทายาทของเขามาเป็นตัวหลักในการดำเนินเรื่องในภาคนี้ เอี้ยก้วยเกิดมาโดยไม่เคยได้พบเห็นหน้าบิดาของตนเอง เมื่อครั้งนั้น มกเนี่ยมชื้อ เสียความบริสุทธิให้แกเอี้ยคังบนยอดเขามือเหล็ก แล้วในที่สุดก็ได้ตั้งท้อง แต่เอี้ยคังก็มาเสียชีวิตซะก่อนที่เด็กจะเกิด มีหลายครั้งที่เอี้ยก้วยพยายามถามมารดาเกี่ยวกับเรื่องราวขอบบิดาของเขา แต่ มกเนี่ยมชื้อ ไม่เคยตอบได้แต่ร้องให้ เอี้ยก้วยวาดฝันว่าบิดาของเขาต้องเป็นยอดวีรบุรุษ แล้วอาจจะถูกลอบทำร้ายถึงแก่ชีวิตทำให้มารดาต้องอยู่เลี้ยงลูกเพียงลำพัง และต่อมา มกเนี่ยมชื้อ ก็เสียชีวิต หลังจากนั้น เอี้ยก้วยเหลือตัวคนเดียวต้องท่องโลกอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้เพียงลำพัง ชีวิตลุ่มๆ ดอนๆ เป็นชีวิตที่ต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อความ อยู่รอด ชีวิตวัยเยาว์อาภัพ รู้สึกตัวเองต้อยต่ำ บางที่ก็ถูกผู้คนเหยียดหยามรุมรังแก ส่งผลให้เขารังเกียจโกรธแค้นผู้คน แต่ด้วยความเฉลียฉลาดของเขาทำให้สามารถเอาตัวรอดมาได้
      เอี้ยก้วยได้มาพบกับก๊วยเจ๋งและอึ้งย้ง ในช่วงอายุ สิบสามสิบสี่ปี ในตอนนั้น ก๊วยเจ๋งกับอึ้งย้ง สองสามีภรรยา เดินทางตามหาข่าวคราวของอึ้งเอี๊ยซือ และบังเอิญได้มาพบเอี้ยก้วย ซึ่งมีหน้าตาคล้ายกับเอี้ยคังอย่างมาก อึ้งย้งจึงได้ทำการทดสอบจนทราบว่าเป็นบุตรของเอี้ยคัง ก๊วยเจ๋งที่รู้สึกเสียใจต่อน้องร่วมสาบานมาตลอด พอพบเห็นเอี้ยก้วยก็ยินดียิ่งจึงรับไว้เลี้ยงดู ภายหลังได้ถูกส่งไปยังสำนักชวนจินก่าเพื่อฝึกวิชา แต่ก็ถูกกลั่นแกล้ง บัญเอิญได้มาพบยายซุนซึ่งเป็นคนจากสำนักสุสานโบราณ ด้วยนิสัยช่างเจรจาของเอี้ยก้วย ได้บอกเล่าเรื่องราวต่างๆในชีวิต แต่งเติมสีสันมากมายจนทำให้ยายซุนคล้อยตามและรู้สึกเวทนาในวิถีชีวิตของเด็ก น้อยคนนี้ จึงขอร้องให้สาวน้อยเจ้าของสุสานโบราณคนปัจจุบัน เซียวเหล่งนึ่ง รับเอี้ยก้วยไว้เป็นศิษย์ ซึ่งน่าจะถือเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องอย่างแท้จริง

บุคลิกและนิสัยของเอี้ยก้วย
  เมื่อโตขึ้นมา เอี้ยก้วยมีใบหน้าที่หล่อเหลา บุคลิกเป็นคนสนุกสนาน พูดจาเก่ง มีนิสัยคึกคะนองชอบกระโดดโลดเต้น ชอบท่องเที่ยว นิสัยของเอี้ยก้วยนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เขาเป็นคนที่มีความเฉลียวฉลาด มีความมั่นใจในตัวเองสูง กล้าคิดกล้าทำไม่เกรงกลัวผู้ใด เรียนรู้ได้ไว มีความจำที่ดี และมีไหวพริบเป็นเลิศ ถ้าพูดถึงความเจ้าเล่ห์เพทุบาย เอี้ยก้วยจะเป็นรองก็เพียงอึ้งย้งคนเดียวเท่านั้น แต่ด้วยช่วงชีวิตในวัยเยาว์ถูกผู้คนเหยียดหยามรังแก ทำให้เมื่อโตขึ้น ออกจะมีนิสัยมองโลกในแง่ร้ายไปบ้าง บางทีก็ดูเหมือนจะต่อต้านสังคม กลายเป็นคนที่ไม่ค่อยสนใจขนบธรรมเนียมประเพณี อยากทำอะไรก็ทำ ไม่สนใจใคร บางที่ก็ดูเจ้าอารมณ์ มีอารมณ์ค่อนข้างแปรปรวนจนแม้ตัวเองก็ยังไม่เข้าใจ แต่ภายในจิตใจลึกๆนั้น เอี้ยก้วยเป็นคนดีมีน้ำใจ เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม มีหลายๆครั้งที่ลงมือช่วยเหลือคนโดยไม่หวังผลตอบแทน



ธิดามังกรน้อย เซียวเหล่งนึ่ง

         เซียวเหล่งนึ่ง มีการสะกดเป็นภาษาไทยหลายแบบ บ้างก็ใช้ เซียวเล่งนึ่ง หรือในนิยายของ น.นพรัตน์ สะกดว่า เซียวเล้งนึ่ง ในที่นี้จะขอใช้ เซียวเหล่งนึ่ง เพราะเห็นว่าเป็นแบบที่นิยมกันมากที่สุด ถ้าพูดถึงสาวงามแล้ว ในนิยายกำลังภายในหลากหลายเรื่องราวล้วนมีสตรีสวยงามอยู่มากมาย ตามแต่ผู้ประพันธ์แต่ละคนจะจินตนาการ แต่ถ้าถามถึงสตรีที่งามที่สุดในนิยายกำลังภายใน หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อเซี่ยวเหล่งนึ่งติดอยู่ในอันดับต้นๆด้วยเป็นแน่
กำเนิดของเซียวเหล่งนึ่งนั้นไม่ได้ระบุว่า บิดา มารดาเป็นใครมาจากไหน เซียวเหล่งนึ่งถูกทิ้งไว้ นอกตำหนักเต้งเอี้ยง ของสำนักช่วนจินก่า ตั้งแต่ยังเป็นทารก แต่ตำหนักเต้งเอี้ยงเป็นสถานบันพรต ย่อมไม่สะดวกกับการเลี้ยงดูเด็กทารก บังเอิญสาวใช้ของลิ้มเฉียวเอ็งผ่านมาเห็น ด้วยความเวทนาจึงได้รับอุปการะไว้ นำกลับไปเลี้ยงดูที่สุสานโบราญและรับเป็นศิษย์ถ่ายทอดวิชาให้ สตรีแซ่เล้งมีนามว่ากระไร บุคคลภายนอกย่อมไม่อาจทราบได้ จึงเรียกขานนางเป็น เซียวเหล่งนึ่ง ซึ่งแปลว่า ธิดามังกรน้อยเซียวเหล่งนึ่งปรากฏตัวครั้งแรกให้ผู้อ่านได้ยลโฉม ด้วยฉากในสุสานโบราณ ตอนที่ยายซุนสาวใช้ของนาง นำเอี้ยวก้วยมารักษาอาการพิษจากผึ้งหยก โดยกิมย้งท่านได้บรรยายไว้ว่า นางอยู่ในชุดสีขาวราวแพรเบาบางห่อหุ้มคลุมกาย คล้ายกับเรือนร่างอยู่ท่ามกลางหมอกควัน นอกจากผมเผ้าที่ดำขับ ตลอดทั้งร่างขาวผ่องราวหิมะ วงหน้างามพิลาสล้ำเหนือหญิงใดในโลกหล้า เมื่อเอี้ยก้วยได้เห็นถึงกับรู้สึกว่าสตรีนางนี้สดใสสะคราญ จนไม่อาจจับจ้องมองตรงๆ

ความงามของเซียวเหล่งนึ่ง

  เซียวเหล่งนึ่งนั้นมีใบหน้าดูสงบเยือกเย็น บริสุทธิ์ดังหิมะ และเย็นชาราวน้ำแข็ง เอี้ยก้วยเองยังเคยครุ่นคิดว่าสตรีนางนี้ สร้างจากแก้วผลึก หรือว่าเป็นมนุษย์หิมะหรืออย่างไร ที่แท้เป็นคนหรือภูตผี หรือว่าเป็นเทพธิดาสวรรค์กันแน่ มิใช่เพียงแต่เฉพาะกับเอี้ยก้วยเท่านั้น ไม่ว่ากับผู้ใดทุกครั้งที่นางปรากฏกาย ล้วนตรึงสายตาผู้คนให้จับจ้อง กิมย้งได้บรรยายถึงความงามของนางไว้ในหลายฉากหลายตอน ดังเช่นเมื่อครั้งที่เซียวเหล่งนึ่งปรากฎตัวที่งานชุมนุมชาวยุทธ ได้หยุดสายตาของเหล่าชาวยุทธที่มาร่วมงานให้จับจ้องไปที่นาง กิมย้งได้บรรยายในตอนนี้ว่า ชนชาวโลกมักใช้คำ งดงามปานเทพธิดา เปรียบเปรยความงามของอิสตรี แต่ที่แท้เทพธิดางามสะคราญปานใด ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่ทราบ แต่พอได้เห็นเซียวเหล่งนึง ในใจผู้คนล้วนประหวัดนึกถึงคำงดงามปานเทพธิดา ซึ่งมีผิวขาวผ่อง รอบกายคล้ายปกคลุมด้วยหมอกบางเบา คล้ายจริงคล้ายมายา หาใช่คนในโลกีย์วิสัยไม่

บุคลิกลักษณะนิสัยของเซียวเหล่งนึ่ง

       นอกจากความงามที่เหนือจากมนุษย์ทัวไปแล้ว นางยังมีบุคลิกที่โดดเด่นแปลกพิศดาร เนื่องด้วยนางเติบโตมาในสุสานโบราณ จากการเลี้ยงดูของอาจารย์และยายซุน ผ่านชีวิตราวกับน้ำนิ่งไม่กระเพื่อม ไม่เคยได้ออกมาสู่โลกภายนอก จึงไม่รู้จักขนบธรรมเนียมใดๆ ประกอบกับอาจารย์ให้นางฝึกวิชากำลังภายในตั้งแต่เล็ก สั่งนางขจัดซึ่งอารมณ์ยินดี เดือดดาล โศกเศร้า สุขสันต์ หากเห็นนางหัวเราะหรือร้องให้จะลงโทษ ดังนั้นจึงเพาะสร้างเป็นนิสัยสันโดษเย็นชา ความรู้สึกต่างๆบังเกิดขึ้นในจิตใจก็ผ่านเลยไป ล้วนไม่ผ่านการแสดงออกทางสีหน้า แต่ภายหลัง หลังจากเอี้ยก้วยเข้ามา ทำให้ความรู้สึกเปลี่ยนแปลงไป นางเริ่มมีจิตใจที่พลุกพล่านในบางครั้ง นิสัยที่เยือกเย็นไร้ความรู้สึกก็ถูกบั่นทอนลง เซียวเหล่งนึ่งเป็นผู้หญิงไร้เดียงสาอ่อนต่อโลก แต่ก็มิใช่คนโง่ บุคลิกที่โดเด่นอีกอย่างของนางคือความใจเย็น มีสมาธิที่แน่วแน่ ทั้งดูสง่าน่าเลื่อมใสและดูน่าทะนุถนอมในเวลาเดียวกัน บุคลิกที่สง่างามของเธอนั้นติดตัวเธออยู่ตลอดเวลา ทั้งเวลาพูดจา เวลาต่อสู้ หรือแม้กระทั่งเวลานอนก็ยังคงดูสวยงามเป็นเอกลักษณ์ โดยนางจะนอนบนเส้นเชือก ซึ่งเริ่มนอนแบบนี้ตั้งแต่เอี้ยก้วยเข้ามาในสุสานโบราณ นางยกเตียงหยกเย็นให้เอี้ยก้วย ตัวเองเลยใช้เส้นเชือกแทนเตียง และก็นอนแบบนี้เรื่อยมา
    


   
ความรักคงมั่นสะท้านภพ

    ในด้านความรักนั้น เอี้ยก้วยถูกยกย่องให้เป็นบุรุษที่มีจิตใจมั่นคง รักมั่นต่อเซียวเหล่งนึ่งคนเดียว ตลอดทั้งเรื่องเอี้ยก้วยได้พานพบกับสตรีที่งดงามมากมาย แต่ละคนล้วนมีเสนห์แตกต่างกันไป บ้างก็เป็นสาวเรียบร้อยน่าทะนุถนอม บ้างก็เป็นสาวซนแก่นแก้ว บ้างก็แสนดี บ้างก็สง่าน่าเลื่อมใส และด้วยนิสัยของเอี้ยก้วยนั้น เป็นนิสัยในแบบที่ทำให้สตรีหลงใหลได้ นอกจากจะมีหน้าตาที่หล่อเหลาคมคายแล้ว สิ่งที่พิเศษสุดคือมีวาจาเป็นเอก เป็นคนที่คารมดี ทำให้ผู้หญิงยิ้มได้ อันเป็นคุณสมบัติสำคัญของผู้ชายเจ้าเสนห์ มีคนเคยกล่าวไว้ว่า เมื่อได้ที่คุณทำให้ผู้หญิงยิ้มหรือหัวเราะได้อย่างมีความสุข เท่ากับคุณได้หัวใจนางไปครึ่งนึงแล้ว เอี้ยก้วยได้ใจสาวๆมากมาย โดยไม่ต้องใช้ความพยายามอันใด เพียงใช้ชีวิตไปตามรูปแบบความเคยชินของตัวเอง ก็มีสาวมาตกหลุมรักยอมมอบกายถวายชีวิตให้ได้ เอี้ยก้วยอาจจะติดนิสัยชอบพูดจาเย้าแหย่หญิงสาวจนเคยชิน แต่ก็มิใช่ด้วยจิตคิดอกุศล เป็นเพียงความคะนองในวันหนุ่ม แต่ในใจจริงๆของเขานั้น มีเพียงเซียงเหล่งนึ่งเป็นหนึ่งในดวงใจ ความรักที่เขามีต่อเซียวเหล่งนึ่งก็ไม่เคยถูกบั่นทอนลงเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งเพิ่มพูนขึ้นทุกวันๆ ในตอนที่เซียวเหล่งนึ่งกระโดดลงหน้าผาไปและจารึกข้อความทิ้งไว้ให้เอี้ย ก้วยรอคอย เซียวเหล่งนึ่งทำเช่นนั้นเพียงเพราะหวังให้ชายซึ่งเป็นที่รัก จะยังคงรักษาชีวิตต่อไปไม่คิดกระโดดตามลงมา เมื่อเวลาผ่านพ้นไปความคะนึงหาที่มีอยู่ย่อมถูกบั่นทอนลงไปบ้าง แต่ในความเป็นจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ แม้จะมีหญิงงามมากมายให้เลือก แม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนาน แม้จะไม่รู้ว่าการรอคอยนี้จะสูญเปล่าหรือไม่ แต่เอี้ยก้วยก็ยังคงมีรักมั่นคง เฝ้ารอคอยอยู่เนิ่นนาน ผ่านวันเวลาอันปวดร้าวด้วยพิษแห่งความคิดถึงคะนึงหา จวบจนเวลาผ่านพ้นมาถึงเวลาที่กำหนด เมื่อไม่พานพบหญิงซึ่งเป็นที่รัก เอี้ยก้วยก็ยังคงตัดสินใจกระโดดตามลงไปอยู่ดี ไม่ต่างจากเมื่อสิบหกปีก่อน

    

  DISC 1
  PART  1     PART  2     PART  3    PART  4    PART  5    PART  6    PART  7    PART  8    PART  9

  PART 10    PART 11    PART 12    PART 13    PART 14    PART 15    PART 16    PART 17    PART 18

  PART 19    PART 20    PART 21    PART 22    PART 23    PART 24    PART 25    PART 26    PART 27

  PART 28    PART 29    PART 30    PART 31    PART 32    PART 33    PART 34    PART 35    PART 36    

  DISC 2
  PART  1    PART  2    PART  3    PART  4    PART  5    PART  6    PART  7    PART  8    PART  9

  PART 10    PART 11    PART 12    PART 13    PART 14    PART 15    PART 16    PART 17    PART 18

  PART 19    PART 20    PART 21    PART 22    PART 23    PART 24    PART 25    PART 26    PART 27

  PART 28    PART 29    PART 30    PART 31    PART 32    PART 33    PART 34    PART 35    PART 36

  DISC 3
  PART  1    PART  2    PART  3    PART  4    PART  5    PART  6    PART  7    PART  8    PART  9

  PART 10    PART 11    PART 12    PART 13    PART 14    PART 15    PART 16    PART 17    PART 18

  PART 19    PART 20    PART 21    PART 22    PART 23    PART 24    PART 25    PART 26    PART 27

  PART 28    PART 29    PART 30    PART 31    PART 32    PART 33    PART 34    PART 35    PART 36

  DISC 4
  PART  1    PART  2    PART  3    PART  4    PART  5    PART  6    PART  7    PART  8

  PART  9    PART 10    PART 11    PART 12    PART 13    PART 14    PART 15    PART 16

  PART 17    PART 18    PART 19    PART 20    PART 21    PART 22    PART 23    PART 24

  PART 25    PART 26    PART 27    PART 28    PART 29

  DISC 5
  PART  1    PART  2    PART  3    PART  4    PART  5    PART  6    PART  7

  PART  8    PART  9    PART 10    PART 11    PART 12    PART 13    PART 14

  PART 15    PART 16    PART 17    PART 18    PART 19    PART 20    PART 21

  PART 22    PART 23    PART 24    PART 25    PART 26    PART 27    PART 28

                       END
      
ขอเพียงคำขอบคุณ  นั่นคือกำลังใจ


                        

บันทึกการเข้า
Tags:
หน้า: 1    ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


* แบ่งปันหัวข้อนี้...
ในฟอรั่ม
(BBCode)
ในเว็บไซด์/blog
(HTML)