SabyeZone สบายโซน

หมอบัญชาปัดปลุกกระแส"ลูกปัดสุริยเทพ"

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ bowee123

  • *
  • 32
  • 0
ยังคงเป็นปริศนาสำหรับการสูญหายไปของลูกปัดที่ชื่อ "สุริยเทพ" จากงานแสดงนิทรรศการชั่วคราวปริศนาแห่งลูกปัด ณ สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) ตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยเฉพาะประเด็นที่มาและมูลค่า !?!
 ถึงแม้ นพ.บัญชา พงษ์พานิช ผู้นำลูกปัดมาจัดแสดง ยืนยันถึงแหล่งที่มาและความสำคัญในแง่ของสิ่งของหายาก แต่ในสายตาของพ่อค้าลูกปัดและผู้ที่หลงใหลกับศิลปะชนิดนี้กลับมองว่าอาจจะเป็นเพียงแค่ "ลูกปัดหน้าคน" ธรรมดาๆ เท่านั้น
 "ผมเคยไปดูงานปริศนาแห่งลูกปัดมาแล้ว น่าจะเป็นลูกปัดหน้าคนมากกว่า เป็นอารยธรรมของชาวฟีนิเซียน (The Phoenicians) หรือชาวกรีกที่อาศัยอยู่ริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนด้านซีเรีย" ประเสริฐ อิสรากำพต พ่อค้าของเก่าผู้หลงใหลลูกปัดโบราณ ให้ความเห็น
 ประเสริฐ อธิบายว่า ฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนด้านซีเรียเคยเป็นแหล่งกำเนิดเครื่องแก้วเมื่อราวๆ 500 ปีก่อนคริสตกาล ปัจจุบันคือประเทศซีเรีย เลบานอน และบริเวณใกล้เคียง เป็นพวกพ่อค้าทางทะเลที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลกโบราณ ลูกปัดหน้าคนเป็นของมีค่าของชาวฟีนิเซียน ใช้แลกสินค้าและซื้ออิสรภาพ มีเอกสารระบุในคัมภีร์ไบเบิลว่าชาวฟีนิเซียนเคยเดินทางมายังเอเชีย สอดคล้องกับการพบลูกปัดหน้าคนของชาวฟีนิเซียนในประเทศไทย ซึ่งนำมาแลกเปลี่ยนของมีค่า เช่น งาช้าง หนังสัตว์ ไม้กฤษณา รวมถึงแร่สังกะสี นำไปทำเครื่องสัมฤทธิ์ที่เลื่องชื่อ เป็นต้น
 ส่วนที่กล่าวกันว่าอาจมีการผลิตที่ อ.คลองท่อม จ.กระบี่ นั้น ประเสริฐ บอกว่า ยังไม่มีหลักฐานค้นพบโรงผลิตแก้ว ลูกปัดโบราณในเมืองไทยส่วนใหญ่เป็นแค่สีพื้นธรรมดา ไม่ได้มีลวดลายสลับซับซ้อนเหมือนลูกปัดหน้าคน ทำให้สันนิษฐานได้ว่าลูกปัดหน้าคนที่พบในเมืองไทยเป็นลูกปัดแก้วที่มาจากพื้นที่อื่น โดยลูกปัดหน้าคนจะทำเป็นรูปสัญลักษณ์แทนนักรบ เทพเจ้า คล้ายความเชื่อในการสร้างพระเครื่องของไทย
 "ชาวฟีนิเชียนนับถือเทพีสุริยะที่เป็นผู้หญิง ไม่ใช่เทพเจ้าที่เป็นผู้ชาย จากหลักฐานการใช้ภาษาอังกฤษที่พูดถึงเทพของชาวฟีนิเซียนว่า She ไม่ใช้ He โดยมีความเชื่อว่าลูกปัดหน้าคนจะช่วยป้องกันภัย หรือเป็นเครื่องประดับเพื่อความสวยงาม ผมเคยมีลูกปัดหน้าคนแบบรูปหัวใจ แต่ขายไปแล้วในราคา 3 หมื่นบาท ก็คิดว่าน่าจะเป็นลูกปัดหน้าคน เป็นรูปเทพีแห่งความรักตามความเชื่อของชาวฟีนิเซียน" ผู้หลงใหลลูกปัดโบราณ แสดงทัศนะ
 ก่อนหน้านี้ นพ.บัญชา พงษ์พานิช ผู้นำลูกปัดที่ใช้ชื่อว่า สุริยเทพ มาจัดแสดงที่มิวเซียมสยาม เคยออกมายืนยันถึงแหล่งที่มาและความสำคัญในแง่ของสิ่งของหายาก มีลักษณะเป็นลูกปัดแก้วโมเสกชิ้นเล็กและประณีต ในระดับโลกเป็นหนึ่งในวิวัฒนาการขั้นสูงในสมัยโบราณ ที่สามารถผลิตแก้วแล้วใส่สีและลายได้เช่นนี้ ที่ผ่านมายังไม่เคยพบในแหล่งใดในโลกมาก่อน พบเพียงที่คลองท่อมแห่งเดียวเท่านั้น
 ที่สำคัญเท่าที่พบเห็นมีการประมาณการว่าน่าจะมีไม่เกิน 50 เม็ด โดยลูกปัดสุริยเทพที่ นพ.บัญชาเคยพบเห็นที่คลองท่อมมีอยู่ประมาณ 10 เม็ด มีทั้งสภาพสมบูรณ์และแตกหักผุกร่อน โดยเม็ดที่นำมาแสดงและถูกโจรกรรมไปนั้น เป็นลูกปัดที่สวยสมบูรณ์มากที่สุด ในพิพิธภัณฑ์ที่อเมริกามีอยู่ 1 เม็ด แต่ซื้อไปจากคนไทย
 "เมื่อมีการขุดพบ ชาวบ้านที่คลองท่อมมองแล้วคล้ายกับหน้าคนอินเดียนแดง จึงเรียกชื่อลูกปัดอินเดียนแดงอยู่ระยะหนึ่ง แล้วมาเปลี่ยนชื่อเป็นสุริยเทพ เพราะมองอีกแบบก็เหมือนรูปแสงพระอาทิตย์ ประกอบกับมีความเชื่อเรื่องเทพพระอาทิตย์" นพ.บัญชา กล่าว
 แต่กระนั้น ประเสริฐ ก็ยังมองว่า น่าจะเป็นเพียงลูกปัดหน้าคนที่พบเห็นได้ในตลาดสากล เพียงแต่ในเมืองไทยพบได้น้อยเท่านั้นเอง ซึ่งลูกปัดหน้าคนลักษณะนี้มีการออกแบบแบบธรรมดา หากเทียบเคียงกับลูกปัดหน้าคนที่ประมูลอยู่ที่สถาบันประมูล คริสตี้ นิวยอร์ก จะมีราคาประมูลอยู่แค่หลักหมื่นเท่านั้น
 "ผมศึกษาเรื่องลูกปัดโบราณมากว่า 20 ปีแล้ว มันมีเสน่ห์ รูปทรงแปลกดี มันเป็นอาร์ต ที่สำคัญราคามันดี" ประเสริฐ กล่าว
 ด้วยความที่ ประเสริฐ เคยไปศึกษาที่ประเทศสหรัฐอเมริกาตั้งแต่มัธยมปลาย จึงซึมซับกระแส "ลูกปัดโบราณฟีเวอร์" ของชาวอเมริกันเป็นอย่างดี จากการศึกษาลูกปัดโบราณผ่านตำราภาษาอังกฤษและญี่ปุ่น รวมถึงพ่อค้าลูกปัดโบราณทั่วโลก ทำให้ทราบว่าลูกปัดหน้าคนที่เป็นที่นิยมของนักสะสมมี 3 แบบ คือ 1.ทรงแบน มี 2 หน้า 2.ทรงกลม มีหลายหน้า และ 3.แบบที่มีรูปทรงแปลกๆ จะมีมูลค่าในตลาดโลกมากที่สุด
 "ตลาดใหญ่ของลูกปัดรูปคนอยู่ที่อเมริกาและญี่ปุ่น เวลาเขาจะซื้อขายกันก็จะเดินทางไปยังแหล่งขายโดยตรง จะไม่ซื้อขายผ่านเว็บไซต์ เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2542 สถาบันประมูลคริสตี้ นิวยอร์ก เปิดประมูลแล้วมีผู้ประมูลลูกปัดหน้าคนที่สมบูรณ์และสวยงามที่สุดไปครอบครอง ด้วยราคาประมูลสูงสุด 8.7 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4 ล้านบาท"
 ปัจจุบัน ประเสริฐ มี "ลูกปัดหน้าผี" (Demon pendant  head bead) อยู่ในความครอบครอง แม้จะไม่อยู่ในสภาพสมบูรณ์เท่าใดนัก แต่ก็มีมูลค่าสูงถึง 3 แสนบาท เนื่องจากลูกปัดหน้าผีจะหายากกว่ารูปปัดหน้าคน และก่อนหน้านี้เคยขายลูกปัดรูปแพะให้นักสะสมชาวญี่ปุ่นที่บินตรงมาซื้อมูลค่า 4 แสนบาทด้วย
 ด้าน นพ.บัญชา พงษ์พานิช ยังคงยืนยันถึงคุณค่าของลูกปัดที่สูญหายไป ราคาประเมินอยู่ที่ 1.5 แสนบาท ไม่สูงไปกว่านี้ แต่ไม่อยากให้พูดถึงเรื่องราคา อยากให้สนใจในคุณค่าของลูกปัดมากกว่า ส่วนกรณีข้อคิดเห็นของเซียนลูกปัดโบราณว่าสมัยโบราณมีการนับถือเทพีไม่ใช่เทพนั้น นพ.บัญชา บอกว่า ไม่ทราบ แต่ยังคงยืนยันตามเอกสารที่ได้เคยให้สัมภาษณ์ไว้ก่อนหน้านี้
 ส่วนกรณีที่ถูกตั้งคำถามว่าเป็นการสร้างกระแสขายหนังสือ "รอยลูกปัด" ที่กำลังวางแผงอยู่ขณะนี้ นพ.บัญชา ยืนยันว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่สร้างกระแส แต่ใครจะมองอย่างไรก็ช่าง เพราะของหายก็ส่วนของหาย นิทรรศการก็มีอยู่แล้ว และหนังสือก็เขียนออกมาจริง แต่คงไม่มีใครอยากให้ของหายไป ส่วนเรื่องความคืบหน้าของคดีก็ให้พิพิธภัณฑ์เป็นผู้รับผิดชอบไป
ส่วนความคืบหน้าในการติดตามคนร้ายที่โจรกรรมลูกปัดสุริยเทพ ไปจากสถาบันพิพิธภัณท์การเรียนรู้แห่งชาติ หรือมิวเซียมสยามนั้น พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจได้นำพยานและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด นำมาประกอบกันและออกภาพสเก็ตช์บุคคลต้องสงสัยที่คาดว่าจะเป็นคนร้ายที่โจรกรรมลูกปัดไป
 "ลักษณะรูปพรรณของผู้ต้องสงสัย เป็นชายไทย อายุประมาณ 30-35 ปี รูปร่างท้วม ใบหน้ากลมผิวไม่เรียบ ผิวเนื้อดำแดง สูงประมาณ 175 เซนติเมตร โดยได้ส่งภาพสเก็ตช์ไปตาม สน.ต่างๆ เพื่อติดตามนำตัวมาสอบสวนแล้ว" พล.ต.ท.วรพงษ์ กล่าว
 ผบช.น.กล่าวด้วยว่า ภาพสเก็ตช์ผู้ต้องสงสัยรายนี้ เชื่อว่าน่าจะเป็นคนร้ายตัวจริง ซึ่งตำรวจจะได้ติดตามมาสอบสวน หากพบว่าเป็นคนร้ายจริงก็จะออกหมายจับมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และเชื่อว่าคงจะได้ตัวในไม่ช้านี้


คำหลักของกระทู้นี้: หมอบัญชาปัดปลุกกระแสquotลูกปัดสุริยเทพquot
แท็ก:

หมอบัญชาปัดปลุกกระแส"ลูกปัดสุริยเทพ"