SabyeZone สบายโซน

วิเคราะห์เกี่ยวกับเทคนิคการเลือกบริษัทรับทำ SEO ให้มีคุณภาพ ทบทวนความรู้พื้นฐาน

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

วิเคราะห์เกี่ยวกับเทคนิคการเลือกบริษัทรับทำ SEO ให้มีคุณภาพ ทบทวนความรู้พื้นฐาน

โพสบทความไม่ซ้ำอธิบายเกี่ยวกับเทคนิคการเลือกบริษัทรับทำ SEO ให้มีคุณภาพ ทุกคนควรอ่าน เชิญติดตามเนื้อหาสาระที่มีประโยชน์เกี่ยวกับรับทำ SEOอ่านรายละเอียดอย่างครอบคลุมได้จากเนื้อหานี้ครับ   อย่างที่รู้กันว่ายุคปัจจุบันกูเกิลมุ่งเน้นคุณภาพมากยิ่งขึ้น การสร้างบทความคุณภาพให้พอใจทั้ง Google และ User ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากเช่นกันครับ หากผู้ติดตามจะจ้างบริษัทรับทำ SEO เพื่อโปรโมทเว็บไซต์ให้ติดอันดับกูเกิล จะต้องตรวจเช็คคุณภาพของ Article ที่ผู้ให้บริการรับทำ SEO แต่ละราย ว่า เนื้อหาที่สร้างขึ้นมีคุณภาพหรือไม่ อ่านรู้เรื่องหรือไม่ และอ่านแล้วได้ความรู้หรือประโยชน์มากน้อยเพียงใด สิ่งเหล่านี้สำคัญต่อการดันอันดับเว็บไซต์ในยุคนี้มากๆ ครับ เพราะบริษัทรับทำ SEO โดยส่วนใหญ่แล้ว จะไม่ค่อยมุ่งเน้นที่คุณภาพกันมากนัก เพราะการจะเขียน Content ที่มีคุณภาพ ต้องใช้เวลาค้นคว้าเรื่องนั้นๆ พอสมควร ต้องใช้เวลา อีกทั้ง การเขียนเนื้อหา
คุณภาพเพื่อสร้าง Links กลับไปยังเว็บหลักจะต้องสร้างเนื้อหาที่ไม่ซ้ำกันด้วยครับ ในแง่ของผู้ให้รับทำ SEO ก็ควรเข้าใจและตระหนักว่าการทำเอสอีโอในยุคปัจจุบันจะทำแบบง่ายๆ ไม่ได้ ต้องทำให้ถูกหลักเกณฑ์ที่ทางกูเกิลกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ประการที่สำคัญให้คำนึงถึงผลในระยะยาวด้วย ไม่ใช่แค่เพียงมุ่งแต่จะส่งเสริมให้ติดอันดับเร็วๆ โดยไม่สนใจว่าหากระบบอัลกอริทึมมีการอัพเดทจะมีผลอย่างไร และผู้ที่ให้บริการเอสอีโอควรเข้าใจว่ายุคปัจจุบันการดันอันดับ Google จะอาศัยแค่การสร้าง Content และสร้าง Link ไม่ได้แล้ว จะต้องหาทราฟฟิคเข้าเว็บด้วย มุ่งมั่นโปรโมทให้คนเข้าสู่เว็บจำนวนมากๆ จึงจะทำให้เว็บติดอันดับได้เร็วและยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโปรโมทเว็บให้คนเข้าผ่านทาง Google Search มีความสำคัญอย่างมากต่อการทำอันดับ สรุป การทำเอสอีโอสมัยนี้ไม่ได้จะติดอันดับได้ง่ายๆ แต่ก็ไม่ยากเกินความสามารถ เว็บใครก็ตามที่มีบทความไม่มากและไร้คุณภาพ ทำแบบไม่ใส่ใจด้านคุณภาพ หวังแต่จะให้นักทำเอสอีโอทำอันดับให้อย่างเดียว แบบนี้ติดอันดับยากครับ เพราะปัจจุบันถ้าบทความไม่พอใจกูเกิลหรือยูสเซอร์ จำไปจ้างนักทำเอสอีโอคนไหนก็ทำขึ้นยากมากๆ ครับ สำคัญคือ เว็บต้องมีเนื้อหาดีไว้ก่อนจึงจะทำเอสอีโอได้ง่าย

การเลือกใช้บริการ SEO กับบริษัทรับทำเอสอีโอ

  ผู้ใช้บริการที่ใช้บริการ SEO กับบริษัทรับทำเอสอีโอไหนก็ตาม จะต้องค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับเอสอีโอขั้นต้นก่อนที่จะไปจ้างใครทำ SEO ให้ครับ เพราะอะไร? ก็เพราะว่าหากท่านไม่มีความรู้เบื้องต้นของเอสอีโอ ตลอดจนไม่รู้ขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพของการทำเอสอีโอแล้วละก็ การันตีได้เลยว่าท่านจะต้องเสียใจภายหลัง แม้ว่าบริษัท SEO ที่เราไปจ้างนั้น จะติดหน้าแรกคีย์ที่เกี่ยวกับการรับงานเอสอีโอก็ตาม แม้จนกระทั่งเว็บที่ติดหน้าแรกคีย์ รับทำ seo ก็ไม่ได้การรัณตีว่าเว็บนั้นจะทำให้เว็บของเราติดอันดับ Google ได้นะครับ เพราะกว่าที่เขาจะโปรโมทเว็บให้ดันเว็บตัวเองให้ติดหน้าแรกคีย์เหล่านี้ เขาใช้เวลาอย่างต่ำๆ 8 - 12 เดือนก็ว่าได้ แล้วถ้าท่านไปจ้างทำ seo และมีประโยคเชิญชวนให้ใช้บริการมากมาย ทั้งโปรโมชั่นพิเศษ ทั้งอธิบายศัพท์เกี่ยวกับ SEO ที่ท่านไม่เข้าใจเลย อาจจะต้องเสียเวลา และเสียตังค์ไปเปล่าประโยชน์ อย่าได้ลืมว่าการทำเอสอีโอยุคนี้ การที่นักทำเอสอีโอคนหนึ่งสามารถทำอันดับเว็บให้ติด Keyword ใดคีย์หนึ่ง ไม่ได้เป็นการยืนยันว่าจะสามารถทำคีย์อื่นๆ ติดอันดับด้วย และนี่คือความไม่เหมือนของการทำเอสอีโอยุคนี้ครับ Google อยากให้เจ้าของเว็บที่มีความเชี่ยวชาญในการสร้างเนื้อหา
เกี่ยวกับเรื่อง นั้นๆ สามารถทำอันดับได้ กล่าวคือ หากเราค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องอะไรอย่างลึกซึ้ง แล้วนำมาเขียนบทความ ถ่ายทอด เล่าประสบการณ์ผ่านทางการสร้างเว็บไซต์ ก็จะมีหนทางติดอันดับสูงกว่าคนที่ไม่ได้เป็น Guru ได้นั้นๆ ครับ ดังนั้น อยากทำให้เว็บติดอันดับได้เร็ว ต้องเป็น Guru ด้านนั้นๆ แล้วจะรุ่งครับ สิ่งที่อยากจะกล่าวอีกประการหนึ่ง คือ อยากให้เข้าใจว่าเทคนิคของบริษัทรับทำ SEO ที่ใช้โปรโมทเว็บตัวเอง กับเว็บที่ทำอันดับให้ลูกค้า มักจะใช้คนละเทคนิคกัน หรือแม้กระทั่งถ้าใช้เทคนิคเดียวกันก็จะทำของลูกค้าน้อยกว่าเว็บของตัวเอง เหตุผลหลักคือ บริษัทเอสอีโอทั้งหลาย จะต้องแข่งกันทำอันดับเพื่อรับงานลูกค้าในแต่ละเดือน หรือแต่ละสัปดาห์ รวมทั้งแต่ละวันด้วย เขาจึงงัดเอาทุกยุทธวิธีที่จะส่งเสริมให้เว็บรับงานตัวเองอันดับดีมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง Links คุณภาพมากกว่าเว็บผู้ใช้บริการ เว็บตัวเองอาจใช้วิธีการเขียนมือสำหรับเขียนบทความจากเว็บไซต์อื่น เพื่อสร้างแบ็คลิงค์กลับไปหาเว็บหลักของตัวเอง แต่อาจใช้แนวทางการ Spin บทความที่อ่านรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง หรือใช้สปินแบบศัพท์แปลกๆ อ่านแล้วไม่สัมพันธ์กันเพื่อสร้าง Backlinks สิ่งเหล่านี้ผู้ใช้บริการ SEO ควรเข้าใจ และพากเพียรค้นคว้าหาความรู้เพื่อตรวจสอบคุณภาพ แม้ว่าจะสามารถดันอันดับได้ แต่ก็เสี่ยงที่จะโดน Google Penalty ได้ครับ อีกทั้งการเขียนเนื้อหา
ไม่คุณภาพอาจทำให้อันดับเอสอีโอมีความผันผวนสูงครับ หรือบางครั้งที่ใช้วิธีการเดียวกันทั้งหมด แต่จำนวนการสร้างแบ็คลิงค์ให้เว็บตัวเองมากกว่าสร้างให้ผู้ซื้อสินค้า แม้คีย์เวิร์ดจะมีความยุ่งยากในระดับเดียวกัน แม้จนกระทั่งการสร้าง Social Links หรือ Youtube Links ก็อาจทำให้เว็บตัวเองเป็นหลัก และทำจำนวนมากด้วยเพื่อหวังผลให้การรับงานให้มากๆ แต่ผู้ซื้อสินค้าอาจใช้ขั้นตอนการที่เน้นความรวดเร็วของการสร้างแบ็คลิงค์เป็นหลัก โดยอาจไม่นึกถึงถึงคุณภาพ สิ่งเหล่านี้ท่านสามารถตรวจเช็คได้ถ้ามีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการทำ SEO ระดับหนึ่ง ซึ่งแน่นอนใช้เวลาไม่นานครับ ขอให้แค่มีความมุ่งมั่น อะไรก็ไม่ยาก ลำดับภายหลังคือเรื่องของระยะเวลาการดันอันดับเอสอีโอ อยากให้เข้าใจว่า Keywords แต่ละคีย์มีความยาก ง่าย ไม่เท่ากัน แน่นอนว่าย่อมใช้ระยะเวลาการดันอันดับได้นานมากไม่เท่ากันแน่ๆ แต่อย่างไรก็ตามการทำเอสอีโอในยุคนี้ ต้องใช้เวลานานอยู่แล้วครับ ดังนั้นอย่างได้เอาอันดับเอสอีโอ ของผู้ให้บริการเอสอีโอมาเป็นตัวชี้วัดว่าควรใช้บริการที่ไหนดี เพราะอาจเป็นการตั้งใจที่ผิดพลาด เพราะบางทีเขาใช้เวลาทำกันเป็นปีๆ กว่าจะติด แถมใช้คนทำเป็นทีมเวิร์คช่วยกันปั่นอันดับเพื่อรับงาน อยากดูว่าใครเก่งจริง ให้ไปไล่ดู Content + Link ที่บริษัทรับทำ SEO แต่ละรายเขาใช้กัน ว่าเขาใช้เทคนิคและแนวทางการยังไง และให้ไปตรวจเช็ค ชื่อเว็บ ของผู้ให้บริการว่าจดมากี่ปีแล้ว รวมทั้งไปไล่ดูว่าปริมาณลิงค์ที่ทำให้ติดอันดับเริ่มสร้างมากๆ ตั้งแต่ช่วงวันเวลาไหน สิ่งเหล่านี้เป็นตัวคัดเลือกคุณภาพของผู้ให้บริการได้ครับ

ก่อนจ้างทำ SEO สอบถามก่อนว่าสร้าง Traffic เข้าเว็บหรือไม่

  ก่อนการจ้างทำ SEO ควรทำการสอบถามไปยังผู้ให้บริการเอสอีโอก่อนว่า มีบริการเพิ่ม Traffic หรือ โปรโมทให้คนเข้าเว็บด้วยหรือไม่ และถ้ามีจะมีคนเข้าเว็บเฉลี่ยวันละ 1,000 คนขึ้นไป ถึงจะเห็นผลเร็ว โดยจำนวนค่าเฉลี่ยของทราฟฟิคที่ส่งผลดีต่อการทำอันดับ SEO อย่างยิ่ง ทำให้ติดอันดับเร็วอีกด้วย หรือ ถ้าหากไม่มี ก็สามารถรับรองได้ว่าเว็บจะติดอันดับช้า เพราะการทำเอสอีโอสมัยนี้แตกต่างสมัยก่อนที่อาศัยแค่การสร้าง Content ปรับแต่ On Page แล้วปรับ Off Page สร้างแบ็คลิงค์จำนวนมากๆ ก็ทำให้ติดอันดับได้ ยุคปัจจุบันไม่ง่ายแบบนั้น ตัวที่สร้างเว็บของเราเป็น Trust Site หรือทำให้เว็บของเราน่าเชื่อถือในมุมมองของกูเกิล จะต้องมี Traffic เข้าสู่เว็บไซต์ครับ

  ทราฟฟิค ที่เข้าสู่เว็บของเรานั้นมีหลาก หลายประเภท และทราฟฟิคแต่ละแบบก็ให้คำตอบทางด้าน SEO ไม่เหมือนกัน ที่สำคัญหากเราเป็นนักทำ SEO ที่หาทราฟฟิคเก่งๆ ไม่มีความจำเป็นต้องง้อ Backlink ให้เสียเวลาก็สามารถขับเคลื่อนอันดับเอสอีโอ ติดหน้าแรก Google ได้อย่างไม่ยากเย็น และการทำ SEO ที่เน้นการสร้างทราฟฟิคมีความยั่งยืนมากกว่าการทำ SEO ด้วยแบ็คลิงค์ เพราะทุกทีที่กูเกิล Update Algorithm ใหม่ แบ็คลิงค์ของเราจะถูกนำไปตรวจเช็คใหม่ ลิงค์เดิมที่กูเกิลมองว่ามีคุณภาพใน Algorithm ชุดเก่า พอมีการอัพเดทอัลกอริทึมใหม่ แบ็คลิงค์เดิมที่มีคุณภาพ อาจเป็นสิ่งที่ผิดตามกฎใหม่ หรือระบบอัลกอริทึมใหม่ของกูเกิล อันนี้คือความละเอียดของการสร้างลิงค์ แต่สำหรับทราฟฟิคและข้อมูลของเว็บ ไม่ว่าระบบบอัลกอริทึมจะอัพเดทใหม่อย่างไร สถิติเว็บที่ดีจะส่งผลดีตลอด เพราะสถิติมาจากผู้ใช้งานจริงๆ แต่ต้องเป็น Web Statistics ที่ดีด้วย เพราะถ้าเว็บมีสถิติที่ไม่รองรับผู้ใช้งานก็อาจส่งผลเสียต่ออันดับของเว็บ ได้เช่นกัน สรุปง่ายๆ ก็คือ เว็บไหนทำให้คนเข้าเว็บมากๆ และมาจากทราฟฟิคหลายรูปแบบ และอ่านเนื้อหาภายในเว็บนานๆ อันดับ SEO ขึ้นกับขึ้น เลิกสนใจแบ็คลิงค์ไปได้เลย Google เข้าใจดีว่า Website ที่ดีต้องเป็นเว็บที่มีคนเข้าอ่านเนื้อหาจำนวนมากๆ และต้องมีข้อมูลของเว็บไซต์ที่ดีอีกด้วย

รูปแบบของ Traffic ที่ส่งผลดีต่ออันดับกูเกิล

1. ทราฟฟิคแบบที่หนึ่ง Ads Traffic ทราฟฟิคลักษณะนี้เช่น ทราฟฟิคที่มีการเข้าสู่เว็บไซต์จากการลงโฆาณาแบบ PPC หรือที่เรียกว่า Pay Per Click เช่น โฆษณา Google Adwords ซึ่งโปรดปรานมากที่สุด และมีผลต่ออันดับมากกว่าการลงโฆษณากับเจ้าอื่นๆ เหตุผลหลักๆ เลย เพราะคนที่เข้าไปอ่านข้อมูลในเว็บ มาจากคนที่ต้องกางอ่านบทความที่สัมพันธ์กับเว็บของผู้ลงโฆษณาจริงๆ สิ่งที่อยากให้เข้าใจกันสักนิดหนึ่งก็คือ การที่คลิกป้ายโฆษณาของ Adwords แล้วเข้าสู่เว็บ เราจะไม่ได้ข้อมูลของ Analytics for Search ใน Search Engine Console นะครับ เพราะไม่ได้คลิกที่ที่ตั้งของ SEO หรือ Search Result แต่เป็นตำแหน่งของป้ายโฆษณา สิ่งที่เราจะได้คำปริมาณทราฟฟิคที่เข้าสู่เว็บไซต์ และปริมาณคนออนไลน์ แน่นอนว่าลงโฆษณา Adwords ย่อมต้องมีคนหยุดอ่านบทความภายในเว็บนานกว่าการลงโฆษณากับเจ้าอื่นๆ ในกลุ่ม PPC ด้วยกันอยู่แล้ว เพราะว่าคนมาจากการค้นหาผ่านการ Search Query ข้อมูลที่มีความสอดคล้องกัน ยิ่งคนอ่านบทความมากๆ และอยู่ในหน้าเว็บนานๆ ยิ่งส่งผลดีต่ออันดับครับ และถ้ามีคนออนไลน์มากๆ ยิ่งส่งผลดีอย่างเห็นชัดครับ อย่างไรก็ตาม Traffic ที่มาจากโฆษณาแบบ PPC มีความแรงน้อยกว่าทราฟฟิคลักษณะอื่นๆ ทั้งหมดครับ

2. ทราฟฟิคแบบที่สอง Direct Traffic ทราฟฟิคคนเข้าสู่เว็บตรงๆ พูดได้ว่าเป็นทราฟฟิคมาตรฐานก็ว่าได้ ถ้าเราทำเว็บที่มีคุณภาพจริงๆ ผู้เยี่ยมชมจะติดตามและเข้ามาอ่านเนื้อหาภายในเว็บของเราอย่างต่อเนื่อง และหากเว็บเราดีในสายตาผู้ติดตามจริงๆ ยูสเซอร์จะ Bookmark เว็บของเราเก็บสะสม เพื่อเข้าสู่เว็บอีกใหม่อีกครั้ง แน่นอนว่าสถิติของ Return Visitor ใน Google Webmaster Tool ก็จะเพิ่มขึ้นด้วย หรือถ้าหากเราทำเว็บน่าสนใจจริงๆ ยูสเซอร์ก็จะจดจำชื่อเว็บของเรา ชื่อเว็บไซต์ และมีการเข้าสู่เว็บของเราโดยการป้อน URL ระบุชื่อเว็บของเราโดยตรง ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นทราฟฟิคแบบ Direct Traffic ถ้าเปรียบเทียบกับทราฟฟิครูปแบบต่างๆ แล้ว ไดเรคทราฟฟิคส่งผลต่ออันดับ Google น้อยกว่าทราฟฟิคแบบอื่นๆ แต่ยังไงก็แรงกว่า Backlink อยู่แล้วละ อย่างไรก็ตามถ้าเราทำให้ Direct Traffic อาศัยอยู่ในหน้าเว็บขอเรานานๆ อ่านบทความภายในเว็บของเราหลายๆ หน้า รับประกันว่าจะยิ่งเพิ่มความแรงในการทำ SEO มากยิ่งขึ้น

3. ทราฟฟิคแบบที่สาม Referral Traffic ทราฟฟิคจากการอ้างอิง ทราฟฟิคที่มาจากการคลิกลิงค์บนหน้าเว็บไซต์อื่นเพื่อเชื่อมโยงมายังหน้าเว็บของ เรา ล้วนเรียกว่า Referral Traffic และทราฟฟิคแบบนี้จะยิ่งส่งผลดี ถ้าหากว่าเว็บต้นทางมี Keyword หลักของเว็บไซต์ รวมทั้งเนื้อหาโดยรวมของเว็บสอดคล้องกับคีย์เวิร์ดหลักของเว็บเรา รวมทั้งมีบทความที่เกี่ยวข้องกัน ยิ่งมีจำนวนทราฟฟิคแบบนี้เข้ามาจำนวนมากๆ ยิ่งจะทำให้อันดับ Google ของเว็บเราขยับขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือบางครั้งไม่จำเป็นต้องมีการคลิก Link เข้าสู่เว็บของเราก็ได้ ถ้าผู้ติดตามป้อน URL ของเราในขณะที่ยังอยู่ในหน้าเว็บนั้นๆ Google ก็เข้าใจว่ามีการอ้างอิงมาจากเว็บไหน จากการตรวจเช็ค Session และ Cookie ของ Webbrowser นั่นเอง ซึ่งระบบ Search Engine สามารถตรวจสอบพฤิตกรรมของผู้ใช้งานได้อย่างแม่นยำอยู่แล้ว

4. ทราฟฟิคแบบที่สี่ Social Network Traffic ทราฟฟิคจากโซเชียลเน็ตเวิร์ค การสร้างทราฟฟิคจาก Social Network ไม่ว่าจะเป็น Facebook ซึ่งเป็นสังคมออนไลน์ขนาดใหญ่ที่สุด Google Plus  Social Network จากกูเกิล แม้ว่าผู้ใช้งานในประเทศไทยจะไม่มาก แต่เราสามารถหาทราฟฟิคคุณภาพได้ Twitter ระบบ Social Network อีกเว็บที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก โดยการทวิตประโยคหากัน และ Youtube ระบบสังคมออนไลน์โดยเชื่อมต่อกับ Social Network ตัวอื่นๆ และมีคนเข้าใช้งานอย่างแพร่หลาย โดยการติดต่อสื่อสารผ่าน Video Youtube ที่สามารถแชร์ให้พวกพ้องๆ ได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งหากเราสร้างวีดีโอที่น่าสนใจแล้ว Upload ไว้บนยูทูป เราจะได้รับทราฟฟิคอีกทางจากการนำเสนอเว็บผ่านวิถีทางนี้ จุดเด่นของ Social Network Traffic คือ หากเรานำเสนอ Content ที่น่าสนใจ จะมีคนเข้าสู่เว็บของเราจำนวนมาก แต่จุดด้อย คือ ทราฟฟิคจาก Social Network มากมาไวไปไว เราต้องแชร์บทความอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ปริมาณทราฟฟิคไม่น้อยลงอย่างกระทันหัน ซึ่งจะไม่ส่งผลดีต่ออันดับเอสอีโอ ยังไงก็ตามทราฟฟิคที่เข้ามาจำนวนมากๆ พร้อมๆ กัน สามารถทำให้เว็บติดอันดับ Google รวดเร็วยิ่งขึ้น

5. ทราฟฟิคแบบที่ห้า ซึ่งสำคัญที่สุด Google Search Traffic ทราฟฟิคที่มาจากกูเกิล หากเราสามารถสร้างทราฟฟิคที่มาจากกูเกิลเสิร์ทปริมาณมากๆ และมีสถิติการเข้าสู่เว็บที่ดี จะส่งผลต่ออันดับกูเกิล ค่อนข้างมาก อาจพูดได้ว่าเป็นทราฟฟิคที่มีผลต่อการทำ SEO สูงสุด หากเทียบกับทราฟฟิคแบบอื่นๆ ถ้าหากเราสามารถเพิ่มทราฟฟิคที่มาจาก Google Search อย่างสม่ำเสมอ จะส่งผลดีต่อเว็บหลายเรื่อง อีกทั้งกูเกิลจะเข้าใจว่าเว็บของเรามีคุณภาพ ถ้าหากเราสามารถสร้างทราฟฟิคจาก Google ปริมาณมากๆ อย่างต่อเนื่อง จะส่งเสริมให้เว็บของเราติดอันดับต้นๆ ของผลการค้นหา Search Result Pages ในเวลาอันรวดเร็ว และติดอันดับอย่างยั่งยืน ซึ่งทราฟฟิคจากกูเกิล มาจากการที่ผู้ค้นหาข้อมูล ค้นหาชื่อเว็บ หรือ แบรนด์ ของเรา แล้วคลิกเข้าสู่เว็บของเราจากผลการค้นหาของกูเกิล หากเว็บของเรามีคนเข้าสู่เว็บผ่านทาง Organic Search ปริมาณมากๆ จะส่งเสริมให้เว็บของเราเป็น Trust Site ในวิสัยทัศน์กูเกิล จะส่งเสริมให้เราทำอันดับได้ง่าย เพราะเว็บคุณภาพไต่อันดับได้ไม่ยาก Google ชอบเว็บที่มีคนเข้าเยอะๆ หรือเว็บที่พูดถึงมากๆ นักทำ SEO ต่างประเทศได้แยก Traffic จาก Search Engine ออกเป็น 2 แบบ ได้แก่ Paid Search Traffic กับ Unpaid Search Traffic ทราฟฟิคที่เสียตังค์ เช่น การลงโฆษณากับ Google Adwords ส่วนทราฟฟิคที่ไม่เสียตังค์ คือ ทราฟฟิคที่มาจากการค้นหาผ่านทาง Search Box แต่ในทางหลักวิชาการของผู้เขียนแล้ว หมวดของ Traffic ที่มาจาก Google Search มีเพียงแนวทางเดียวเท่านั้น คือ การค้นหาผ่านทาง Google Search นั่นเอง ส่วนทราฟฟิคที่มาจากโฆษณา Google Adwords นั้น จะมีลักษณะเหมือนกับ Direct Traffic มากกว่า เนื่องด้วยการที่มีการคลิกโฆษณา Adwords เพื่อเข้าสู่เว็บของเรา สถิติในส่วนของ Google Referral หรือ Organic Search จะไม่เพิ่มขึ้นเลย จะเพิ่มขึ้นเฉพาะข้อมูลคนเข้าสู่เว็บ และจำนวนคนออนไลน์ในเวลานั้นๆ แน่นอนว่าทราฟฟิคจากการลงโฆษณา Adwords มันช่วยเรื่องอันดับ Google แต่เราไม่สามารถนำมาเทียบกับตัวเลขผ่านทาง Organic Search ได้เลย เพราะความแรงต่ออันดับของ SEO ห่างกันอย่างมาก

ปัจจัยชี้วัดคุณภาพของทราฟฟิคคืออะไร

1. ปัจจัยแรก Click Through Rate (CTR) อัตราส่วนการแสดงรายการเว็บของเราผ่านทาง Search Result ที่นำมาหารกับจำนวนคลิกที่เข้าสู่เว็บของเราผ่านทาง Google Search เช่น ถ้าหากมีคนคลิกเข้าสู่เว็บของเรา 5 คน ในการแสดงผล 1,000 ครั้ง จะทำให้เราได้ค่า CTR เท่ากับ 0.5% ยิ่งค่า CTR ของเราสูงเท่าไหร่ จะส่งผลดีต่ออันดับเว็บมากเท่านั้น ค่านี้กล่าวได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของการทำอันดับบนกูเกิลยุคนี้ก็ว่าได้ ยิ่งปรับค่า CTR สูงๆ ด้วยคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับเว็บของเรา ยิ่งจะส่งเสริมให้ติดอันดับรวดเร็วครับ ทั้งนี้ ก็ต้องโปรโมทให้คนเข้าเว็บจำนวนเยอะๆ ด้วยครับ จะทำให้เห็นผลการไต่ของอันดับอย่างแม่นยำ รวดเร็ว และถ้าติดอันดับแล้วจะติดนานแสนนานครับ

2. ปัจจัยที่สอง Time on Site (Session duration) ช่วงเวลาที่ผู้ใช้งานอาศัยอยู่บนเว็บไซต์มีความสำคัญต่อคะแนนในการจัดอันดับ ของ Google Search ยิ่งคนใช้เวลาอ่านเนื้อหาภายในเว็บของเรามากเท่าไหร่ ยิ่งส่งผลดีต่ออันดับ Google ของเว็บ ไม่เพียงแค่ช่วงเวลาเท่านั้น User Behavior ก็มีความสำคัญด้วยเช่นกัน ถ้าหากผู้ใช้งานคลิกอ่านเนื้อหาภายในเว็บหลายๆ หน้า และมีการโต้ตอบ หรือแสดงความเห็นห็น ในแต่ละหน้า จะยิ่งส่งผลดีต่ออันดับของเว็บ ในเรื่องของระยะเวลาการอ่านเนื้อหาของเว็บไซต์ ถ้าค่าเฉลี่ยเกิน 5 นาทีขึ้นไป ถึงว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากๆ แล้วครับ และช่วยสนับสนุนการทำเอสอี
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
รูปภาพที่เกี่ยวข้องเทคนิคการเลือกบริษัทรับทำ SEO ให้มีคุณภาพ
เทคนิคการเลือกบริษัทรับทำ SEO ให้มีคุณภาพ
อ้างอิงจาก: รับทำ SEO
แท็ก: SEO
อ้างจาก: รับทำ SEO
เทคนิคการเลือกบริษัทรับทำ SEO ให้มีคุณภาพ
หมวดหมู่: Search Engine Optimization
หน้าหลัก: http://www.cmseogroup.com
รายละเอียดสินค้า: http://www.cmseogroup.com/tag/บริการ-SEO/
ติดต่อเรา: http://www.cmseogroup.com/tag/รับทำ-SEO/
ชื่อ: CM SEO Group (ซีเอ็ม เอสอีโอ กรุ๊ป)
ที่อยู่: เชียงใหม่
เบอร์โทรติดต่อ: 062-363-9429
อีเมล์: cmseogroup@gmail.com
อ้างอิงจาก: http://www.thaifranchisecenter.com/forumboard/index.php?topic=43346.new#new

คำหลักของกระทู้นี้: วิเคราะห์เกี่ยวกับเทคนิคการเลือกบริษัทรับทำ, SEO, ให้มีคุณภาพ, ทบทวนความรู้พื้นฐาน
แท็ก:
บริการ seo รับทำ seo รับโปรโมทเว็บติดอันดับ google ด้วยเทคนิคคุณภาพ ติดต่อ cmseogroup@gmail.com
บริการ seo , รับทำ seo , ทำ seo

วิเคราะห์เกี่ยวกับเทคนิคการเลือกบริษัทรับทำ SEO ให้มีคุณภาพ ทบทวนความรู้พื้นฐาน